วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

วันเด็กแห่งชาติ ปี 2556 กับ 10 สุดยอดแหล่งท่องเที่ยว น่าพาลูกไป







วันเด็กแห่งชาติ ปี 2556 กับ 10 สุดยอดแหล่งท่องเที่ยว น่าพาลูกไป







วันเด็กแห่งชาติ ตรงกับ วันเสาร์ถิ่นสองเดือนมกราคม เป็นเสมอทุกปี สำหรับ วันเด็กแห่งชาติปี 2556 นี้ ตรงกับ วันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2556 โดยมี คำขวัญวันเด็กประจำปี 2556 "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน" แน่
นอนว่าวันนี้เป็นวันสำคัญและวันสนุกของเด็กๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอย
หลายหนาวยงานทั้งภาครัฐและอกชน
จึงได้เตรียมเปิดพื้นที่ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขในวันเด็กแห่งชาติ
เอาใจน้องๆ หนูๆ กันแล้ว งานนี้ สนุก! ท่องเที่ยว จึงได้คัดสรรสถานทีท่องเที่ยวสำหรับเด็กๆ มาฝากพ่อแม่ผู้ปกครอง ถิ่นมุ่งหมายจะพาเจ้าตัวน้อยออกไปเที่ยวกันครับ








1.พิพิธภัณฑ์เรือพระที่นั่ง



กระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในลำน้ำเจ้าพระยาที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกแต่
ละครั้งแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทย
ที่มีวิถีชีวิตอันผูกพันกับสายน้ำและฝีมือในการสร้างเรือที่วิจิตรงดงาม
ตลอดจนศิลปะแห่งการพายเรือที่อาศัยจังหวะและบทขับเห่
หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เรือหลวงล้วนถูกทำลายไปหมดสิ้น
มาสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างเรือขึ้นใหม่เพื่อใช้ในการรบ ครั้นในสมัยรัตนโกสิทร์ ร.1
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเรือพระที่นั่งและเรือประกอบขบวนขึ้นอีกทั้งหมดรวม 67
ลำด้วยกัน และในรัชกาลต่อ ๆ
มาได้มีการสร้างขึ้นทดแทนยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
เรือทั้งหวดถูกเก็บไว้ในโรงบเรือพระราชพิธีของกองทัพเรือ
ซึ่งต่อมาคือพิพิธภัณฑ์ฯ เรือพระราชพิธีแห่งนี้
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเรือพระที่นั่ง จำนวน 8 ลำ อาทิ
เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ร.9 เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชฯลฯ
พร้อมเครื่องประกอบและสิ่งของเครื่องใช้ในกระบวนเรือพระราชทาน

โทรศัพท์: 02 466 3167, 02 465 7742, 02 462 3762

รถโดยสารประจำทาง: 19, 57,79,80,81,91,123,124,127,147, 149, ปอ. 509, ปอ.511

เวลาทำการ: ทุกวัน 09.00-17.00 น.

ค่าธรรมเนียมเข้าชม: 20 บาท




2. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)



สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลังสวนจตุจักร มีอาณาเขตกว้างขวางถึง 375 ไร่
เป็นสวนที่เหมาะสำหรับทำกิจกรรมแบบครอบครัว ไม่ส่าจะเป็นการออกกำลังกาย
เช่น เล่นฟุตบอล
 าสเก็ตบอล แบดมินตัน ว่ายน้ำ พายเรือคายัค และเต้นแอโรบิค
รวมทั้งยังมีกิจกรรมสันทนาการต่างๆๆ ให้ทำอีกมากมาย อาทิ ดูนก
ปั่นจักรยานชมสวนบนเส้นทางจักรยานยาว 3.2 กิโลเมตร
ภายในสวนยังมีการจำลองถนนในกรุงเทพฯ ให้เด็กๆ
ได้สนุกกับการเรียนรู้กฎจราจรขณะขี่จักรยานอีกด้วย
และจุดเด่นของสวนแห่งนี้คือมีน้ำพุสูงที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งสูงถึง 72 เมตร
สวนรถไฟเปิดให้ประชนทั่วไปใช้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 05.00 น. - 21.00 น.




3. หอเกียรติภูมิรถไฟไทย



ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักรใกล้บริเวณลานจอดรถอเนกประสงค์ประตู 2
ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าแก่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ
 30 กว่าปีมาแล้ว
เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่ทั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่
หัว ร.7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง
ภายหลังได้รับการปรับปรุงอละเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปีพ.ศ. 2533
เป็นสถานที่รวบรวมและให้ความรู้เกี่ยวกับรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ
รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ
ภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลกรวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจ
ต่างๆ อีกมากมาย หอเกียรติภูมิรถไฟไทยเปิดให้เข้าชมเฉพาะวัน เสาร์-อาทิตย์
07.00 - 12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม





4.ดรีมเวิลด์



สวนสนุกที่มีสิ่งก่อสร้างจำลองดินแดนเทพนิยาย และเครื่องเล่นต่างๆ อาทิ
เช่น รถไฟเหินเวหา ไวกิ้งส์ รถโกคาร์ท เรือบั๊ม เฮอริเคน ปลาหมึกยักษ์
พรมวิเศษ เป็นต้น
นอกจากนี้คุณยังจะได้เพลิดเพลินกับลีลาการโยกย้ายส่ายสะโพก
ของนักแสดงสาวสวยบนขบวนรถฮาวาย
และชมการเต้นแท้งโก้สุดมันส์กับขบวนรถเม็กซิโก ประทับใจกับลีลาการท้าดวล
กระทิงยักษ์ของมาธาดอร์จอมลวดลายจากสเปน และความยิ่งใหญ่อีกหลากหลายขบวน
ที่จะมาสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

เวลาเปิด - ปิด:  จันทร์ - ศุกร์ เวลา 10.00 - 17.00 น. เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00 - 19.00 น.

ค่าเข้าชม: เด็ก 120 บาท ผู้ใหญ่ 150 บาท

บัตรรวมเครื่องเล่น 365 บาท เล่นได้ 25 เครื่องเล่น

บัตรดรีมเวิลด์วีซ่า 395 บาท เล่นได้ 25 เครื่องเล่น ไม่จำกัดรอบ

หรือ www.dreamworld-th.com




5. พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน



บ้านเรือนไทยตามสถาปัตยกรรมไทยภาคกลาง
ตั้งตร่ะหง่านท่ามกลางหมู่ไม้ที่ร่มรื่น
ด้วยความงามทางธรรมชาติที่น่าอภิรมย์แบบวิถีไทยสะท้อนรสนิยมของผู้เป็นเจ้า
ของ
นายจิมเดินทางมายังประเทศไทยครั้งแรกในฐานะทหารอาสาของกองทัพสหรัฐอเมริกา
และย้ายมาประจำการในประเทศไทย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
เมื่อสงครามยุติเขาได้เดินทางกลับประเทศของตนและตัดสินใจกลับมาอยู่ในประเทศ
 ไทยเป็นการถาวรเขาได้เริ่มดำเนินธุรกิจการค้าผ้าไหมไทยในช่วงปี พ.ศ. 2502 -
 2510 ได้ซื้อบ้านเรือนไทยภาคกลาง 6 หลัง
จากจังหวัดอยุธยามาปลูกบริเวณริมคลองแสนแสบ กรุงเทพมหานคร ตัวบ้านแบ่งเป็น 2
 ชั้น ตกแต่งภายในด้วยศิลปวัตถุโบราณแบบวัฒนธรรมเอเชีย
บริเวณชั้นล่างของเรือนจัดแสดงเครื่องเบญจรงค์ เครื่องเคลือบดินเผา
รวมถึงภาพเขียนของช่างไทยสมัย 2403 นายจิม ทอมป์สัน
เป็นชาวต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมศิลปะผ้าไทย
ซึ่งมิใช่เป็นเพียงธุรกิจการค้า แต่แฝงด้วยคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่น
ที่ได้จากการสะสมเมื่อคราวท่องเที่ยวไปในพื้นที่ชนบท
และต่อมาได้ส่งเสริมให้ชาวไทยเชื้อสายมุสลิม "บ้านครัว"
ที่ตั้งถิ่นฐานเดิมบริเวณริมคลองแสนแสบ ในการผลิตและออกแบบผ้าไหมไทย
โดยเขาได้เข้าไปส่งเสริมการผลิต เช่น การนำวัตถุดิบหรือเส้นไหมไปให้
ส่งเสริมการขายโดยการรับซื้อผ้าทอจากชาวบ้านครัวและส่งขายภายใต้ยี่ห้อจิม
ทอมป์สัน ต่อมานายจิม ได้เดินทางไปประเทศมาลเซียและหายสาบสูญไป
ปัจจุบันลูกหลานของนายจิม
ซึงสืบทอดกิจการมิได้รับซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยจากชาวบ้านครัวแล้ว
แต่ที่ยังคงอยู่และสืบทอดความมุ่งมั่น
สืบสานศิลปวัฒนธรรมด้านหัตถกรรมไทยและตะวันตกอย่างกลมกลืน


6.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ (อพวช.) หรือ NSM (National Science Museum)



ตื่นตากับตัวอาคารลูกบาศก์ 3 ลูก เกาะเกี่ยวกันอย่างสวยงาม
เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์
ที่ต้องการให้ผู้ชมเข้าถึงสาระทางวิทยาศาสต์และเทคโนโลยีง่ายแบบง่ายๆ
สนุกสนาน พร้อมทดลอง สัมผัส และค้นหาคำตอบจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง



เปิดให้บริการ วันอังคาร - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.30 - 17.00 น. (หยุดวันจันทร์)

โทร. 0-2577-9999 หรือ www.nsm.or.th


7. นิทรรศน์รัตนโกสินทร์



ไล่เรียงนับวันเวลาตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
รัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานีมาจนถึงวันนี้
กรุงรัตนโกสินทร์ของพวกเราทุกคนก็มีอายุยาวนานกว่า 2 ศตวรรษแล้ว
ทว่าในช่วงเวลาหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านไปนั้น
เรื่องราวบางอย่างที่เกิดขึ้นอาจสูญหายไปตามกาลเวลา
บางเรื่องราวอาจถูกเลือนไปกับบรรพบุรุษในอดีต...
แต่เชื่อมั๊ยว่าคุณพ่อคูณแม่สามารถพาลูกๆ
มาเดินเที่ยวในอาคารการเรียนรู้แบบใหม่ภายใต้ชื่อ ‘นิทรรศน์รัตนโกสินทร์'
คุณ ค่าแห่งยุคสมัย สัมผัสได้ใน 1 วัน
ซึ่งให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเหมือนได้พาตัวเองย้อนกลับไปสู่สมัยนั้นอีก
ครั้งหนึ่ง เพราะอาคารหอนิทรรศนรัตนโกสินทร์แห่งนี้
นับเป็นศูนย์การเรียนรู้ข้อมูลและแหล่งรวบรวมความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ
 วัฒนธรรมของกรุงรัตนโกสินทร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเมืองไทย
อีกทั้งยังใช้เทคนิคสื่อผสมเสมือนจริงนำมาประยุกต์ใช้ในการนำเสนอเป็นครั้ง
แรกในเมืองไทยด้วย








8. พระที่นั่งอนันตสมาคม



พาลูกเดินทางไปดเที่ยวไม่ยากเลยกับสถานที่ท่องเที่ยวใจ
กลางเมืองหลวง สร้างขึ้นตามสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนเรอเนสซองส์
ภายนอกประดับด้วยหินอ่อนซึ่งสั่งมาจากประเทศอิตาลี
องค์พระที่นั่งเป็นอาคารหินอ่อนสองชั้น มีโดมสูงใหญ่อยู่ตรงกลาง
และมีโดมเล็ก ๆ โดยรอบอีก 6 โดม ชั้นบนเป็นห้องโถงขนาดใหญ่
แบ่งเป็นท้องพระโรงหน้าและท้องพระโรงหลัง บนเพดานโดมของพระที่นั่ง
มีภาพเขียนสีปูนเปียกขนาดใหญ่ที่สวยงามจำนวน 6 ภาพ
แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1
ถึง รัชกาลที่ 6 โดยฝีมือเขียนภาพของศาสตราจารย์แกลิเลโอ คินี และนาย
ซี.ริกุลี ส่วนประตูทางเข้าชมนั้นจะอยู่ด้านหลัง
ซึ่งจะเข้าได้จากทางถนนอู่ทองใน ตรงข้ามเขาดิน หรือทางถนนราชวิถี
คือเข้าผ่านทางพระที่นั่งวิมานเมฆแล้วเดินชมพระที่นั่งอื่นมาเรื่อย ๆ
แต่ถ้ามีเวลาไม่มากและต้องการชมพระที่นั่งอนันฯ อย่างเดียว
แนะนำให้เข้าประตูทางฝั่งถนนอู่ทองใน (ที่เขียนว่า พระที่นั่งอภิเศกดุสิต)

พระที่นั่งอนันตสมาคม เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน ปิดวันจันทร์ วันหยุดเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
 โทร. 0 2628 6300-9 หรือ www.vimanmek.com




9. พระที่นั่งวิมานเมฆ



อยู่ใกล้ๆ กับ พระที่นั่งอนันตสมาคม  เดินไปแค่นิดเดียว เป็น
พระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวัน
ตก องค์พระที่นั่งเป็นรูปอักษรตัวแอลในภาษาอังกฤษ
คือสร้างเป็นรูปสองแฉกตั้งฉากกัน แต่ละด้านยาว 60 เมตร สูง 20 เมตร
เป็นอาคาร 3 ชั้นเฉพาะที่ประทับซึ่งเรียกว่า "แปดเหลี่ยม" มี 4 ชั้น
ชั้นล่างสุดก่ออิฐถือปูน ชั้นถัดขึ้นไปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหมด
มีห้องจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 31 ห้อง
การจัดแสดงบางห้องยังคงลักษณะบรรยากาศในอดีตไว้ เช่น หมู่ห้องพระบรรทม
ท้องพระโรงและห้องสรง เป็นต้น บางห้องจัดแสดงศิลปวัตถุแยกตามประเภทเช่น
ห้องจัดแสดงเครื่องเงิน ห้องจัดแสดงเครื่องกระเบื้องลายคราม
ห้องจัดแสดงเครื่องแก้วเจียระไน และห้องจัดแสดงเครื่องงา เป็นต้น

พระที่นั่งวิมานเมฆ เปิดให้เข้าชมทุกวัน (ยก
เว้นวันหยุดนักชัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น.
อัตราค่าเข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆ คนไทยผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างประเทศ 100 บาท
หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2628- 6300-9 หรือ www.vimanmek.com




10. สวนสตว์ดุสิต



สถานที่ท่องเที่ยวที่โดนใจเด็กๆ มาทุกยุคทุกสมัย
สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ภายในบริเวณพระราชวังดุสิต
เป็นสวนพฤกษชาติส่วนพระองค์ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 8
ได้ทรงให้ทางเทศบาลกรุงเทพฯ
จัดสร้างให้เป็นสวนสัตว์และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทุกระดับชั้น
 และมีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ตลอดมา  เขาดิน
เป็นสวนสัตว์ใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มีพื้นที่ 118 ไร่ มีสัตว์ป่าราว ๆ 2,000
ตัว ทั้งที่หายากและเกือบจะสูญพันธุ์แล้ว
มีต้นไม้นานาชนิดที่ให้ความร่มรื่นและบึงน้ำขนาดใหญ่ที่สวยงาม
เหมาะเป็นที่ศึกษาเรียนรู้ชีวิตสัตว์สำหรับนักเรียน นักศึกษา
และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับครอบครัว นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป
หลังจากที่ได้เดินแวะชมสัตว์ต่าง ๆ หลากหลายแล้ว บริเวณอื่น ๆ
ในเขาดินจะมีบึงน้ำขนาดใหญ่ มีเรือถีบที่เรียกว่า
จักรยานนาวาให้เช่าถีบกันอย่างสนุกสนาน อีกจุดที่น่าเข้าไปชม นั่นคือ
หลุมหลบภัยสาธารณะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หนึ่งในโปรแกรม Unseen in
Thailand ก็ลองแวะเยี่ยมชมกันดูได้

เปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.00-18.00 น

อัตราค่าเข้าชม สำหรับ
คนไทย ผู้ใหญ่ - 70 บาท ปวส. , นักศึกษา - 30 บาท ครู ทหาร ตำรวจ
(ในเครื่องแบบ) - 30 บาท ปวช. , นักเรียน , เด็ก - 10 บาท พาหนะ - 60 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2281 2000, 0 2282 9245 หรือ www.dusitzoo.org

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย www.tatcontactcenter.com, www.bangkoktourist.com,www.vimanmek.com และ www.dusitzoo.org




อัพเดตสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น เกาะล้าน เชียงใหม่ สวนผึ้ง หัวหิน เกาะเสม็ด





ติดตามข่าวกีฬา วิเคราะห์บอล ผลบอล ฟุตบอล รอบโลก ได้ที่นี่
ที่มาของ ข่าว วิเคราะห์บอล





ผู้สนับสนุนหลัก:  แหล่งรวมผลิตภัณฑ์ ดูแล "ผิวขาว" เปล่งประกายออร่า : www.chivabeauty.com
สปาผิวขาว คอร์สผิวขาว คอร์สเจ้าสาว ดูแลผิวเองได้แล้วที่บ้าน 
ครีมหน้าใส ผิวขาว สำหรับเตรียมพร้อมผิวก่อนเป็นดารา นักร้อง นักแสดง  www.chivabeauty.com 

ติดตามอัพเดตผลิตภัณฑ์สำหรับผิวสวยของคุณได้ ตลอด 24 hr ผ่านทาง facebook fanpage 
facebook : http://www.facebook.com/chivabeautyshop 

"ครีมหน้าใส" อื่นๆ :ครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคนครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาวสบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิวบรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว , ครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้งครีมสาหร่าย


กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สีเข้ม สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ




พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2012 ----> ผู้สนับสนุนครีมสาหร่าย ครีมหน้าใส























วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

จับรวม กลอนวันพ่อ วันพ่อ วันพ่อแห่งชาติ




รวบรวม กลอนวันพ่อ วันพ่อ วันพ่อแห่งชาติ



วันพ่อแห่งชาติ ประวัติวันพ่อแห่งชาติ จัดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2523 โดย คุณหญิงเนื้อทิพย์ เสมรสุต นายกสมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา เป็นผู้ริเริ่มจัดงานวันพ่อแห่งชาติขึ้น ด้วยความจงรักภักดี และมีวัตถุประสงค์ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือในหลวงของประชาชนชาวไทย ในฐานะ "พ่อแห่งชาติ" และ "พ่อของแผ่นดิน" ในประเทศไทย ได้กำหนดให้ วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันพ่อแห่งชาติ 


        ซึ่งนอกจากพระองค์จะเป็นพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงทะนุบำรุงพระราชโอรสธิดาด้วยความรัก และทรงอบรมอนุศาสน์ให้ทรงเจริญวัยสมบูรณ์ และทรงบำเพ็ญคุณานุประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทแล้ว พระองค์ยังทรงพระมหากรุณาทะนุบำรุงจัดทุกข์ผดุงสุขพสกนิกรถ้วนหน้า พระองค์ทรงเป็น “พ่อแห่งชาติ” ที่อาณาประชาราษฎร์เทิดทูนด้วยความจงรักภักดี สำนักในพระมหากรุณาธิคุณ และยึดมั่นในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการทะนุบำรุงชาติบ้านเมืองให้ วัฒนาถาวรสืบไป





วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)




วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ ที่คณะผู้ริเริ่มกำหนดคือ วันพ่อแห่งชาติ



  • เพื่อเทิดทูนพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  • เพื่อเทิดทูนพระคุณของพ่อ และยกย่องบทบาทของพ่อที่มีต่อครอบครัวและสังคม

  • เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ

  • เพื่อให้ผู้เป็นพ่อ สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบของตน






    ในการนี้คณะกรรมการได้จัดกิจกรรมประกาศเกียรติคุณ พ่อตัวอย่าง หรือพ่อดีเด่น ในทุกๆปี โดยมีการกำหนดคุณสมบัติของพ่อดีเด่นดังนี้


    คุณสมบัติของพ่อตัวอย่าง หรือพ่อดีเด่น วันพ่อแห่งชาติ




    นอกจากนั้นทางคณะกรรมการ ยังได้แนะนำ กิจกรรมสำหรับลูกในวันพ่อ คือ


    • ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน

    • จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือบำเพ็ญกุศลเพื่อส่วนรวม

    • ทำบุญใส่บาตร เพื่ออุทิศส่วนกุศล และระลึกถึงพระคุณของพ่อ ซึ่งยังดำเนินการสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน





    ในวัน ที่ 5 ธันวาคมมหาราช นอกจากจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย เดช และเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้ว ยังถือว่าว่าวันนี้ เป็น “วันชาติของไทย” อีกด้วย



            โดยทั่วไป “วันชาติ” มักจะหมายถึง วันเฉลิมฉลองที่ประเทศนั้นๆได้รับอิสรภาพ เป็นเอกราช หรือเป็นวันสถาปนาประเทศ รัฐ ราชวงศ์ วันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์ วันเกิดประมุขของรัฐ หรืออาจจะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อื่นๆ แต่มักจะถือเป็นวันหยุดประจำของชาติ ซึ่ง “วันชาติ” ของแต่ละประเทศจะเป็นวันใด ก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดของประเทศนั้นๆ เช่น ประเทศโมร็อกโก ตรงกับวันที่ ๒ มีนาคม สหรัฐอเมริกา ตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม ฝรั่งเศสตรงกับวันที่ 14 กรกฎาคม อินโดนีเซียตรงกับวันที่ 17 สิงหาคม บราซิลตรงกับวันที่ 7 กันยายน และเคนย่าตรงกับวันที่ 12 ธันวาคม เป็นต้น



            “วันชาติ” ของประเทศต่างๆ ส่วนใหญ่จะมีเพียงวันเดียว แต่ก็มีบางประเทศเช่นกันที่มี “วันชาติ” มากกว่าหนึ่งวัน ทั้งนี้เพราะประเทศนั้นๆ อาจจะนับวันที่ได้รับเอกราชหรือวันที่ปลดแอกจากการเป็นอาณานิคม และวันที่มีการสถาปนาการปกครองขึ้นใหม่ ซึ่งอาจจะมิใช่วันเดียวกัน แต่เป็นวันสำคัญเสมือนวันชาติเท่าๆกัน เช่น ประเทศปากีสถาน จะมีวันชาติตรงกับวันที่ 23 มีนาคม ที่เขาเรียกว่า “Republic Day” และวันที่ 14 สิงหาคม เป็น “Independence Day” ส่วนฮังการี ก็มีถึง 3 วันคือ วันที่ 15 มีนาคม 20 สิงหาคม และ 23 ตุลาคม สำหรับจีน นอกจากจะมีวันชาติตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม แล้ว ที่ฮ่องกง อันเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ที่มีขึ้นหลังจากอังกฤษคืนเกาะฮ่องกงให้จีนก็มีการเฉลิมฉลองวันที่ตรงกับวัน สถาปนาการปกครองพิเศษนี้ขึ้น ในวันที่ 1 กรกฎาคม อีกด้วย



            สำหรับ ประเทศไทย เราเคยได้มีการกำหนดให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ”ของไทย ด้วยถือว่าวันที่ 24 มิถุนายน 2475 เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย โดยได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง “วันชาติ” ลงวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 โดย พ.อ.พหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น และได้มีการเฉลิมฉลองวันชาติ 24 มิถุนายน ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2482 ในสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี




            วันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ” ของไทยอยู่นานถึง 21 ปี ครั้น วันที่ 21 พฤษภาคม 2503 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้มี ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย โดยให้เหตุผลว่า กลอนวันพ่อ



            ด้วยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นว่า ตามที่ได้กำหนดให้มีการเฉลิมฉลองวันชาติไทยในวันที่ 24 มิถุนายน นั้น ได้ปรากฏในภายหลังว่า มีข้อที่ไม่เหมาะสมหลายประการ ในด้านประชาชนและหนังสือพิมพ์ก็ได้เสนอแนะให้พิจารณาในเรื่องนี้หลายครั้ง หลายคราว คณะรัฐมนตรีจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยมีพลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน



            คณะกรรมการนี้ได้พิจารณาแล้ว เสนอความเห็นว่า ประเทศต่างๆได้เลือกถือวันใดวันหนึ่งที่มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับชนในชาติ ต่างๆกัน โดยถือเอาวันประกาศเอกราช วันอิสรภาพ วันตั้งถิ่นฐาน วันสาธารณรัฐ วันสถาปนาพระราชวงศ์บ้าง ซึ่งไม่เหมือนกัน แต่ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของชาติ โดยทั่วไปนั้น ได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติ เช่น ประเทศอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน ญี่ปุ่น ฯลฯ เป็นต้น แม้ประเทศไทยเราเองก็ได้ถือเอาวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทยมา แล้ว เพิ่งจะมากำหนดเอาวันที่ 24 มิถุนายน เป็นวันชาติ เพิ่มขึ้นอีกวันหนึ่งในระยะหลังนี้เอง



            คณะกรรมการจึงมีความเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามขนบประเพณีของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และเป็นหลักการสมัครสมานสามัคคีรวมจิตใจของบุคคลในชาติโดยทั่วกัน จึงสมควรจะถือเอาวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์เป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย ต่อไป โดยยกเลิกวันชาติ ในวันที่ 24 มิถุนายนเสีย




            ดังนั้น นับแต่ปี พ.ศ. 2503 ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันชาติ” ของไทย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา




            ตามปกติ การจัดงาน “วันชาติ” ของประเทศต่างๆก็จะมีกิจกรรมและรูปแบบแตกต่างกันออกไป ส่วนใหญ่ก็มักจะมีการกล่าวสุนทรพจน์ การจัดขบวนพาเหรดเฉลิมฉลอง การจุดพลุดอกไม้ไฟอย่างเอิกเกริก รวมไปถึงการแสดงมหรสพต่างๆ เป็นต้น แต่ในประเทศไทย เนื่องจากวันชาติ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันพ่อแห่งชาติ ซึ่งมีกิจกรรมเฉลิมฉลองอยู่แล้ว กอปรกับประเทศไทยยังไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครมาก่อน และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ก็คุ้นชินกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างที่เห็น กันอยู่ปัจจุบัน



            ดังนั้น “วันชาติ” ของเราจึงดูเหมือนไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าใดนัก เพราะชาวไทยทุกหมู่เหล่าล้วนตัองการจัดกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พ่อหลวงของแผ่นดิน” มากกว่าประเด็นอื่น อย่างไรก็ดี หากเราจะระลึกว่าวันนี้ ก็เป็น “วันชาติ”ของไทยด้วย แล้วจัดกิจกรรมต่างๆที่จะแสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อ “ประเทศชาติ” ด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และความเสียสละมาอย่างยาวนานเช่นไร ก็อาจจะทำให้ วันนี้ มีความหมายครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น



    ดอกพุทธรักษา

    ดอกพุทธรักษา สัญลักษณ์วันพ่อแห่งชาติ


            ดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อแห่งชาติ คือ ดอกพุทธรักษา มีสีเหลืองเด่น เป็นสีของวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีความหมายคือ ความสงบสุขร่วมเย็น การปกป้องคุ้มครอง แสดงถึงความรักและเคารพบูชาพ่อ ที่คอยปกป้องครอบครัว โดยมีความเชื่อว่า หากบ้านใดปลูกต้นนนพุทธรักษาไว้ จะช่วยปกป้องคุ้มครองอันตรายแก่บ้าน และที่อยู่อาศัยได้




    กลอนวันพ่อ



    บทอาศิรวาท เฉลิมพระชนมพรรษา มหาราชา "ภูมิพล ฯ"


    "เฉลิมพระชนม์ เฉลิมชัย ชโยฤกษ์

    บายศรีเบิก ฟ้าสีทอง ผ่องเวหน

    พระบุญญา พระบารมี พระฯภูมิพล

    เกริกสกล ภูมิแผ่นดิน ภิญโญไทย



    ธ ทรงมี ทศพิธ ราชธรรม

    โครงการล้ำ เชิดชูชาติ ศาสน์ไสว

    อิสริยยศ คิงออฟคิง เพริศพริ้งไกล

    งามวิไล ราชกิจ พิศอัศจรรย์



    อัญเชิญชัย พระไตรรัตน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

    เทพนิมิต ราชประสงค์ ทรงเสกสรรค์

    จตุรพิธ พรประเสริฐ เลิศอนันต์

    นิจนิรันดร์ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ"




    กลอนวันพ่อ






    กลอนวันพ่อ





    บทอาศิรวาท เฉลิมพระชนมพรรษา มหาราชา "ภูมิพล ฯ"


    "เฉลิมพระชนม์ เฉลิมชัย ชโยฤกษ์

    บายศรีเบิก ฟ้าสีทอง ผ่องเวหน

    พระบุญญา พระบารมี พระฯภูมิพล

    เกริกสกล ภูมิแผ่นดิน ภิญโญไทย

    ธ ทรงมี ทศพิธ ราชธรรม

    โครงการล้ำ เชิดชูชาติ ศาสน์ไสว

    อิสริยยศ คิงออฟคิง เพริศพริ้งไกล

    งามวิไล ราชกิจ พิศอัศจรรย์

    อัญเชิญชัย พระไตรรัตน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

    เทพนิมิต ราชประสงค์ ทรงเสกสรรค์

    จตุรพิธ พรประเสริฐ เลิศอนันต์

    นิจนิรันดร์ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ"


    วารี ไตรเพิ่ม ผู้ประพันธ์กลอนวันพ่อ

    1ธ.ค.53


    ----------------------------------------------------------------------------------------




    กลอนวันพ่อ


    "สรวมชีพ น้อมเกศา ข้าพระบาท

    อาศิรวาท จอมบดินทร์ ปิ่นเกศี

    เฉลิมพระชนม์ พระฯภูมิพล นฤบดี

    พระบารมี ยิ่งบุญญา เฟื่องฟ้าไกล

    กอปรอาเกียรณ์ ราชกิจ ผลิตโครงการ

    พรหมสร้างสาน ปราชญ์คู่หล้า ฟ้าสดใส

    ทศพิธ ราชธรรม ธำรงไทย

    เลื่องลือไป ทั่วหล้า น่าอัศจรรย์

    ขอเทพไท ไตรรัตน์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

    นฤมิต พรพราวพร่าง สร้างสุขสันต์

    ธ ประสงค์ ลุประสงค์ มงคลพลัน

    ภักดีมั่น ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ"



    วารี ไตรเพิ่ม (ประพันธ์กลอนวันพ่อ)

    1 ธ.ค. 53


    ----------------------------------------------------------------------------------------




    กลอนวันพ่อ





    "ลุที่ห้า ธันวา มหาฤกษ์

    บายศรีเบิก แผ่นฟ้า เวหาหน

    เฉลิมพระชนม์ พรรษา มหามงคล

    ร่วมกมล ถวายพระพร บวรชัย

    ธ ทรงเป็น ยิ่งกว่า ราชาบดี

    ทรงเป็นศรี แห่งแผ่นดิน ภิญโญสมัย

    ธ ทรงงาน โครงการ สร้างสานไทย

    น้ำพระทัย พระเมตตา ล้ำบารมี

    ธ ทรงเป็น พลัง แห่งแผ่นดิน

    เลิศศาสตร์ศิลป์ พัฒนาไทย ไพศาลศรี

    ดังตะวัน จันทรา หล้าปฐพี

    เพชรมณี เฟื่องสยาม คามตำนาน

    อัญเชิญชัย ศรีไตรรัตน์ ประภัสสร์ผล

    ทวยเทพดล ราชวงศ์ เกษมศานต์

    จตุรพิธ พรพร่าง นานัปการ

    โลกขับขาน ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ"


    วารี ไตรเพิ่ม (ประพันธ์กลอนวันพ่อ)

    1 ธ.ค. 53





     *** ขอขอบคุณบทกลอนวันพ่อจาก คุณวารี ไตรเพิ่ม (บทกลอนที่นำมาเสนอได้รับอนุญาตจากผู้แต่งแล้ว) หากผู้ใดต้องการนำกลอนวันพ่อเหล่านี้ไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใดๆ กรุณาติดต่อที่ feedback@sanook.com





    ----------------------------------------------------------------------------------------



    5 ธันวา ศุภฤกษ์เบิกฟ้างาม



    สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่งกลอนวันพ่อ



    ยอกรน้อมบังคมก้มกราบบาท

    มหาราชจอมบดินทร์ปิ่นสยาม

    "5 ธันวา" ศุภฤกษ์เบิกฟ้างาม

    ทุกเขตคาม แซ่ซ้องถวายชัย





    เฉลิมพระชนมพรรษามหาสวัสดิ์

    ขอเทพไท้ที่ป้องรัฐทุกสมัย

    น้อมปกปักพระพ่อหลวงของปวงไทย

    เปี่ยมพระพลานามัยไปชั่วกาล





    ด้วยพระมหาบารมีที่ล้นเกล้า

    ข้าพระพุทธเจ้าฯ ขอรองลาดพระบาทผ่าน

    ด้วยยึดดี...มิปล่อยใจใฝ่ทางมาร

    สมัครสมานและรู้อยู่พอเพียง





    ทีฆายุโก โหตุ มหาราช

    ไทยทั้งชาติ เปล่งประสานสุรเสียง

    “ทรงพระเจริญ” แม้หลากมากสำเนียง

    ต่างล้วนเคียงเพ่งจิตกราบถวายพระพร





    กษัตริย์ผู้ทรงพระราชกรณียกิจ

    มีลิขิตเพียงตำนาน...ในกาลก่อน

    ชาติที่กล่าวดังนั้น...คงสั่นคลอน

    ด้วยพระเกียรติก้องกำจร...องค์ภูมิพล





    พระมหากรุณาล้นฟ้ากว้าง

    เกินร้อยกรองสรรค์สร้างคำงามล้น

    "หนึ่งธุลี" ใต้ร่มฉัตรแห่งภูวดล

    น้อมกมลร้อยกรองถวาย “ทรงพระเจริญ”





    ----------------------------------------------------------------------------------------







    จากลูกสาวคนหนึ่ง…ส่งถึงพ่อ



    สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่งกลอนวันพ่อ



    จากลูกสาวคนหนึ่ง…ส่งถึงพ่อ

    เรียง “รัก” ทอร้อยถัก “ตัวอักษร”

    “ลูกรักพ่อ” แม้บอกฝากจากกาพย์กลอน

    “รัก” แน่นอน จากลูกมั่นลูกสัญญา





    อาจไม่ใช่คนที่ เป็น “ที่หนึ่ง”

    ไม่น่าทึ่ง-เก่งฉกาจ-มาดหรูหรา

    ไม่สวยเด่นดังเช่น “ดาว” พราวนภา

    แต่เชื่อว่าเป็น “คนดี” ที่ภูมิใจ





    ทุกถ้อย “พ่อ” เตือนย้ำยามยังเด็ก

    เจ้าตัวเล็กอาจเหมือนรั้นไม่หวั่นไหว

    แต่พ่อจ๋า...ที่ตรึงติดสนิทฤทัย

    จักอื่นใด “คำพ่อสอน” คือพรพรหม





    อุ่นอื่นหนอ จะอุ่นละมุนนัก

    เท่าอุ่นจาก “ไอรัก” อันเหมาะสม

    ชายอื่นหนอ จะ “รักลูก” ยามทุกข์ตรม

    ทั้งชีวิต “หวาน” – “ขม” พ่อห่วงใย





    ลูกของพ่อจะเดินทางอย่างเชื่อมั่น

    สู่ “ปลายฝัน” อนาคตอันสดใส

    แม้อุปสรรค์จะขวากขวางบนทางไกล

    “ลูกสาวพ่อ” จะก้าวไปไม่แคลนคลอน





    จากลูกสาวคนหนึ่ง…ส่งถึงพ่อ

    เรียง “รัก” ทอร้อยถัก “ตัวอักษร”

    พนมมือก้มน้อมราบกราบบิดร

    ด้วยบทกลอน ว่า “รักมั่นกตัญญู”









    ----------------------------------------------------------------------------------------









    กราบพ่อ



    สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่งกลอนวันพ่อ





    พนมมือกราบแนบ…แทบเท้าพ่อ

    ผู้สร้าง-ก่อกำเนิด เกิดสังขาร

    จากว่างเปล่า มีชีวิต จิตวิญญาณ

    มีเลือดเนื้อ ดุจปั้น รังสรรค์มา





    นึกถึงภาพวันเก่า...คราวยังเล็ก

    พ่ออุ้มเด็กตัวน้อยนั่งข้างบนบ่า

    พลางปลอบ...เจ้าอย่าหวั่นเลยขวัญตา

    สองมือใหญ่นี้หนา...จะประคอง





    หากมือแม่เป็นผ้าอุ่นละมุนนัก

    มือพ่อจักเป็นเกราะคลุมคุ้มภัยผอง

    หากลูกล้ม...เหนื่อยล้า...น้ำตานอง

    พ่อทั้งป้อง...ปลุกให้ลุกบุกบั่นไป





    อาจไม่เคยเอ่ยปาก “พ่อรักลูก”

    แต่พันผูกเกลียวรักมั่นไม่หวั่นไหว

    แววตาพ่ออาจไม่หวานซ่านฤทัย

    แต่แววตานี้ห่วงใย...ไม่เว้นวัน





    แม้หลอมรวมสามภพจบทั่วหล้า

    อีกนภามหาสมุทรสุดเขตขันธ์

    หรือจักรวาลที่วัดว่าค่าเป็นอนันต์

    จะเทียมทันเทียบพ่อได้...นั้นไม่มี





    “พ่อ” คือ “พรหม” คือ “พระ” คุ้มอุ้มชีวิต

    ลูกน้อมจิตกราบประนมก้มเกศี

    เรียงอักษรเป็นกลอน...ร้อยแทนถ้อยวจี

    ว่าลูกนี้ “รักพ่อ” ขอบูชา






      


     



    ร่วมกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ กับ Sanook!





    (หมดเขต 31 ธันวาคม 2555 นี้)







    เรื่องน่ารู้อื่นๆ เกี่ยวกับวันพ่อแห่งชาติ




    รวมเพลงวันพ่อ
















    ครีมหน้าใส” อื่นๆ :ครีมสาหร่ายครีมนมข้าวครีมน้ำนมข้าวครีมกันแดดซิลิโคน,ครีมหน้าใสเซรั่ม ขาว ใส ยกกระชับครีมตัวขาวครีม เซรั่ม ใต้ตาเจล หน้าใส ยกกระชับ ปรับผิวขาว, สบู่หน้าใสครีม เซรั่ม เจล ลดสิว,บรรจุภัณฑ์สติกเกอร์ โลโก้ ครีมหน้าใสผิวขาว , ครีมหน้าขาว ,ครีมมะหาดครีมนมผึ้งครีมน้ำนมผึ้ง


    กด Link(ถูกใจ) หน้า page ครีมสาหร่าย สีเข้ม สอบถามอัพเดตข่าวสาร ได้ที่ หน้า page นี้เลยนะค่ะ




    พริตตี้ มอเตอร์โชว์ 2012 ----> ผู้สนับสนุนครีมสาหร่าย ครีมหน้าใส